เปลี่ยนภาษา :
   หน้าหลัก ผลงานการตีพิมพ์เผยแพร่

ประสิทธิผลโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อความรู้การจัดการเบาหวานด้วยตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดสุโขทัย

Effectiveness of Behavior Change Program for Knowledge of Self-diabetes Management and Blood Sugar Level among Risk Group of Type 2 Diabetes Mellitus in Sukhothai Province

ปัทมา สุพรรณกุล

อาจินต์ สงทับ

สายพิณ ศิรินวล

อัศวิน ลิ้มฤกษ์ลํารึก

บทคัดย่อ

                การวิจัยเชิงกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อความรู้การจัดการเบาหวานด้วยตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดสุโขทัย  ที่พัฒนามาจากทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ประกอบด้วย 5 ระยะดําเนินการได้แก่ (1) ระยะก่อนชั่งใจ (2) ระยะชั่งใจ (3) ระยะเตรียมพร้อมปฏิบัติ (4) ระยะปฏิบัติ และ (5) ระยะติดตามผล กลุ่มตัวอย่างคือกลุ่มเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 จํานวน 200 คน จําแนกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มล 100 คน สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีเชิงระบบ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามความรู้การจัดการเบาหวานด้วยตนเองที่ผ่านการทดสอบความเที่ยงด้วยสูตรคูเดอร์-ริชาร์ดสัน (KR-20) ที่มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.82 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Independent Sample T-Test และ Paired Sample T-Test ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีความรู้การจัดการเบาหวานด้วยตนเอง ดีกว่าก่อนการทดลอง (p-value <0.001) และมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงกว่าก่อนการทดลอง (p-value < 0.001) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม พบว่าหลังการทดลองกลุ่มทดลองมีความรู้การจัดการเบาหวานด้วยตนเองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (p-value  <  0.001) และมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (p-value < 0.001) อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่พัฒนามาจากทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ มีประสิทธิผลสําหรับการศึกษาครั้งนี้ เนื่องจากทาให้กลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้เพิ่มขึ้น และสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ

คำสำคัญ: โรคเบาหวานชนิดที่ 2, การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม, ความรู้, ระดับน้ำตาลในเลือด

Abstract

This quasi-experimental research proposed to study the effectiveness of behavior change program for blood sugar level control among population at risks of type 2 diabetes mellitus in Sukhothai Province. The program was developed by using Stage of Change Model. A total of 200 samples at risk of type 2 diabetes mellitus were divided into two groups, 100 in the intervention group and the other 100 in the comparison group. Systematic random sampling technique was used to select the samples and a knowledge questionnaire was employed for data collection. The reliability of the questionnaire was tested by Kuder-Richardson (KR20) and its reliability was 0.82. Statistics used for data analysis included frequency, percentage, standard deviation, Independent Sample T-test, and Paired Sample T-Test. The significant level was set up at 0.05. The results revealed that after intervention, greater knowledge on diabetes mellitus, complication, and self-care behavior was found in the intervention group (p-value < 0.05). On the other hand, knowledge of the comparison group before and after intervention was not different (p-value > 0.05). Blood sugar level in the intervention group decreased after intervention (p-value < 0.05) whereas no difference between before and after intervention in the comparison group (p-value = 0.421). Moreover, there was a statistical significant of an increase knowledge and blood sugar level in the intervention group compared to the comparison group after intervention (p-value < 0.001). Behavior change program for blood sugar control developed by using Stage of Change Model was effective since population at risk involved in the program showed an increase their knowledge and blood sugar level could be controlled significantly.

Keywords : type 2 diabetes mellitus, population at risk, stage of change model

ที่มา : ปัทมา สุพรรณกุล, อาจินต์ สงทับ, สายพิณ ศิรินวล และ อัศวิน ลิ้มฤกษ์ลํารึก. (2561). ประสิทธิผลโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อความรู้การจัดการเบาหวานด้วยตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 12(3), 141 - 153.

 

Source : Link to Full Paper

เมื่อวันที่ : 17 มิถุนายน 2562
    

ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ : * เฉพาะ a-z , 0-9
รหัสผ่าน : *
ยืนยันรหัสผ่าน : *


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน : * เฉพาะตัวเลขเท่านั้น
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด : * เลือกวันเดือนปีเกิด
ที่อยู่ :
E-mail : *
รูปภาพประจำตัว :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่านเก่า :
รหัสผ่านใหม่ :
ยืนยันรหัสผ่าน :


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน :
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด :
ที่อยู่ :
E-mail :
รูปภาพประจำตัว :