เปลี่ยนภาษา :
   หน้าหลัก ผลงานวิชาการ

สมุนไพรไทยปลอดภัย..จริงหรือ?

          ในปัจจุบันผู้คนเริ่มมีการตระหนักในการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการมีทางเลือกที่หลากหลายต่อการรักษา ไม่ว่าจะเป็นด้านการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์ทางเลือกต่างๆ โดยยาสมุนไพรก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำยาสมุนไพรมาใช้เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษามากขึ้น โดยบางคนอาจจะมีความคิดที่ว่าสมุนไพรก็คือธรรมชาติ ดีต่อร่างกายไม่มีสารตกค้างและไม่ก่อให้เกิดพิษต่อร่างกาย แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุนไพรไทย ล้วนมีประโยชน์ในการรักษาแต่อาจเกิดโทษได้เช่นกัน หากมีการใช้ไม่ถูกต้อง ใช้ไม่ถูกอาการหรือแม้กระทั่งการใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ดังจะเห็นได้จากปรากฏการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพร ตามแหล่งข่าวสื่อออนไลน์ที่ผู้คนต่างแชร์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคต่างๆนั้น ว่ามีสรรพคุณในการรักษาดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีข่าวที่ย้อนกลับมาว่าสมุนไพรนั้นกลับให้โทษกับผู้ที่ทานสมุนไพรนั้น โดยการที่เกิดโทษอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ จนทำให้หลายๆคนอาจสงสัยว่ายาสมุนไพรนั้นดีจริงหรือ และเมื่อทานสมุนไพรจะปลอดภัยต่อร่างกายหรือไม่ ดังนั้นเราจึงควรมาทำความเข้าใจในการเลือกใช้สมุนไพรให้เกิดประโยชน์ก่อนที่จะใช้จนก่อให้เกิดโทษกันเถอะ

หากเราต้องการเลือกใช้สมุนไพรอย่างให้ได้ผลดีที่สุด ก็ต้องใช้อย่างมีความรู้ โดยยึดหลักดังต่อไปนี้ คือ1

  1. ใช้ให้ถูกต้น สมุนไพรบางชนิดอาจจะมีชื่อซ้ำหรือมีเสียงที่พ้องกัน ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นก็อาจเรียกชื่อแตกต่างกัน ทั้งๆ ที่เป็นพืชชนิดเดียวกัน หรือบางครั้งชื่อเหมือนกัน แต่เป็นพืชคนละชนิด เพราะฉะนั้นจะใช้สมุนไพรอะไรก็ต้องใช้ให้ถูกต้นจริงๆ
  2. ใช้ให้ถูกส่วน พืชสมุนไพรในแต่ละส่วนเช่น ราก ดอก ใบ เปลือก ผล หรือเมล็ด จะมีสรรพคุณหรือฤทธิ์ในการรักษาไม่เหมือนกัน ดังนั้น การนำมาใช้ก็ต้องมีความรู้จริงๆ
  3. ใช้ให้ถูกขนาด ธรรมชาติของยาสมุนไพร คือ หากใช้น้อยไป ก็จะรักษาไม่ได้ผล แต่ถ้าใช้มากไปก็อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่นกัน
  4. ใช้ให้ถูกวิธี สมุนไพรที่จะนำมาใช้ บางชนิดต้องใช้ต้นสด บางชนิดต้องผสมกับเหล้า บางชนิดใช้ต้มหรือชง ซึ่งหากใช้ไม่ถูกต้องก็ไม่เกิดผลในการรักษา
  5. ใช้ให้ถูกโรค ควรเลือกใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณตรงกับที่สามารถรักษาอาการโรคนั้นๆได้

หรือหากท่านได้รับการรักษาจากแพทย์แผนแผนไทยประยุกต์ สำหรับข้อควรปฏิบัติหลักก่อนใช้ยาสมุนไพรคือ ควรอ่านฉลากยาให้เข้าใจ อ่านให้ละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อการใช้ยาได้ถูกต้อง สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ยาสมุนไพรร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ควรแจ้งข้อมูลให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เพราะยาแผนปัจจุบันกับยาสมุนไพรบางชนิดอาจ ไปออกฤทธิ์ขัดกันหรือเสริมฤทธิ์กัน ส่งผลให้เกิดการเพิ่มหรือลดผลของการรักษา ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับยาต่อเนื่อง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต หรือไขมันในเลือดสูง เป็นต้น2

ผู้ป่วยหลายคน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง มักหันมาเลือกทานยาสมุนไพร ด้วยเข้าใจว่าการทานยาสมุนไพร จะไม่ตกค้างที่ตับจนทำให้ตับพังเหมือนยาปฏิชีวนะ แม้ว่ายาสมุนไพรจะดูไม่เป็นอันตราย แต่หากทานไม่ถูกวิธี ก็อาจให้โทษ และทำอันตรายต่อร่างกายได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุน ไพร มีทั้งประโยชน์ในการรักษาโรค และก็อาจก่อให้เกิดโทษได้เช่นกัน หากใช้ไม่ถูกต้อง ใช้ไม่ถูกกับอาการ ไม่ถูกกับโรค หรือปริมาณขนาดที่ใช้ไม่เหมาะสม  อาจเกิดอันตรายที่คาดไม่ถึงได้ เพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษา ผู้เลือกใช้ยาสมุนไพรควรยึดหลัก 5 ถูกคือ ถูกต้น, ถูกส่วน, ถูกขนาด, ถูกวิธีและถูกโรค

“ใช้ให้ถูก ใช้ให้เป็น จึงจะเห็นผลของสมุนไพร”

 

 

อ้างอิง

1. หลักการใช้ยา. ออนไลน์. [เช้าถึงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561] เข้าถึงได้จาก:   
   
http://www.ayurvedicthai.com

2. ใช้ยาปลอดภัยยึดหลัก 5 ถูก. ออนไลน์. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561] เข้าถึงได้จาก:
   
http://www.thaihealth.or.th/Content/37624

เมื่อวันที่ : 7 ธันวาคม 2561
    

ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ : * เฉพาะ a-z , 0-9
รหัสผ่าน : *
ยืนยันรหัสผ่าน : *


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน : * เฉพาะตัวเลขเท่านั้น
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด : * เลือกวันเดือนปีเกิด
ที่อยู่ :
E-mail : *
รูปภาพประจำตัว :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่านเก่า :
รหัสผ่านใหม่ :
ยืนยันรหัสผ่าน :


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน :
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด :
ที่อยู่ :
E-mail :
รูปภาพประจำตัว :