เปลี่ยนภาษา :
   หน้าหลัก บทความวิชาการ

การจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน

          การศึกษาการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของโรงเรียนให้ถูกต้องเหมาะสมนั้นนับได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากในการจัดการศึกษา เพราะจะทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่น่าเรียน อันจะนำมาซึ่งความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ การดำเนินการจัดสภาพแวดล้อมนั้นเป็นหน้าที่โดยตรงของทางโรงเรียนจะต้องกำหนดให้เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะตรงตามความต้องการของสังคมเพราะตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียนนั้นสภาพแวดล้อมในโรงเรียนย่อมมีผลกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิตของผู้เรียน รวมทั้งอิทธิพลต่อการจัดการเรียนของผู้สอน ดังนั้นในการจัดการศึกษาจึงต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีคุณภาพมากที่สุด โดยทำให้ศักยภาพที่มีอยู่ในตัวคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ เป็นคนที่รู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ รู้จักการแก้ปัญหา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถปรับตัวให้ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และในฐานะที่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติจำเป็นต้องดำรงอยู่รวมกันกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน มนุษย์จึงต้องตระหนักถึงการใช้ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมดังนั้น ทางโรงเรียนจึงควรจัดสภาพแวดล้อมต่างๆ ในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนตามธรรมชาติ โดยให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง ปลูกฝังเรื่องความสะอาด ความมีระเบียบวินัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความรักสามัคคี มีต้นไม้ แหล่งนํ้า บ่อนํ้า ไร้ฝุ่น ไร้มลภาวะ

          หลักการที่ใช้ในการจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเพื่อเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ หมายถึง การดำเนินงานหรือปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เหมาะสมกับผู้เรียนใน 3 ด้าน คือ

          1. การจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ หมายถึง การจัดตกแต่งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ของสถานศึกษาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดและเอื้อประโยชน์ต่อการใช้สอย รวมทั้งการจัดสภาพห้องเรียน ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการต่างๆ ห้องนํ้า สถานที่พักผ่อน สวนหย่อม โรงอาหาร จัดระบบถ่ายเทอากาศในห้องเรียน ตลอดถึงการจัดภูมิทัศน์บริเวณโรงเรียนและการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อเป็นการเพิ่มความร่มรื่น สวยงามและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน

          2. การจัดสภาพแวดล้อมทางวิชาการ หมายถึง การจัดบรรยากาศการเรียนการสอนทั้งในและนอกห้องเรียน มีการจัดหาสื่อการเรียนการสอน เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเพียงพอมาใช้ประกอบการสอน ส่งเสริมให้นักเรียนแสวงหาความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนในชั้นเรียน ให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียน จัดให้มีการสอนเสริมนอกเวลาเรียน มีการจัดกิจกรรมทางด้านวิชาการ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการสอนที่ให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง นักเรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นในขณะเรียนได้อย่างเต็มที่ ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนแสดงผลงานต่อชุมชน โดยการนำนักเรียนไปแข่งขันภายนอก เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ได้มากที่สุด

          3. การจัดสภาพแวดล้อมทางการบริหารจัดการ หมายถึง การดำเนินการใด ๆ ภายในโรงเรียนให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้วยความร่วมมือร่วมใจของบุคลากร สังเกตได้จากการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมต่างๆ แก่ชุมชน มีการประกันอุบัติเหตุ การบริการสุขภาพให้กับนักเรียน มีระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร มีจำนวนครูตามเกณฑ์กับจำนวนนักเรียน มีการตรวจสอบการเข้า-ออกของบุคคลภายนอกอย่างเคร่งครัด ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อก่อให้เกิดความรักความสามัคคี และมีการสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน (อนันต์ หงส์สง่า, 2549 อ้างถึงใน สุรชัย สัมโย, 2557)

          ในประเทศไทยนั้น การจัดการศึกษาของโรงเรียนในปัจจุบันทุกระดับชั้นยังมีความเหลื่อมล้ำด้านมาตรฐานการศึกษาและคุณภาพนักเรียน ส่วนใหญ่โรงเรียนที่มีคุณภาพสูงจะอยู่ในเมืองใหญ่ อาทิเช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น เป็นต้น โรงเรียนที่มีคุณภาพจะมีจำนวนไม่มากนัก แต่โรงเรียนที่อยู่ในชนบทห่างไกลคมนาคม จะขาดแคลนแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากรทางการศึกษางบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ หรือการสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาจากชุมชน ในด้านของผู้เรียนนั้นสภาพความเป็นจริง คือ เด็กที่มาจากครอบครัวที่ฐานะทางเศรษฐกิจดีจะมีโอกาสได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่ดี มีชื่อเสียงด้านคุณภาพทางการศึกษามากกว่าเด็กที่มาจากครอบครัวที่และอยู่ในถิ่นทุรกันดารไกลคมนาคม จึงทำให้เกิดความไม่เสมอภาคทางการศึกษาและความเป็นธรรมทางสังคม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ และระบบเศรษฐกิจพื้นฐาน ตามนโยบายและเจตนารมณ์ของรัฐบาล (กระทรวงศึกษาธิการ, 2552)

          โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเป็นสถานศึกษาที่สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีสถานะตามสถานศึกษาตามมาตรา 18(2) ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 ที่ได้จัดการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารไกลคมนาคมตามแนวตะเข็บชายแดนที่ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการจัดการศึกษาได้ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศชาติ ซึ่งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้เข้าไปมีบทบาทจัดการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารไกลคมนาคมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลาผ่านมาเกือบ 60 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานครั้งแรกเพื่อการติดต่อสื่อสารและความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก และได้มีวิวัฒนาการทางการศึกษาเรื่อยมาจนถึงยุคพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนให้มีมาตรฐานตามพระราชบัญญัติการศึกษา

แห่งชาติในปัจจุบัน (กรมวิชาการ, 2542)

          โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านลาดเรือ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้อำนวยการ คือ ร.ต.อ.ไพโรจน์ ตาสาย เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลและเป็นพื้นที่สีแดงทำให้นักเรียนยังไม่ได้รับการสนับสนุนเรื่องการเรียนการสอนเท่าที่ควร อีกทั้งในส่วนบริเวณโรงเรียนถึงแม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนให้มีโครงการต่างๆจากทางรัฐบาล เช่น โครงการเศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็ขาดในส่วนของการดูแลรักษาโครงการที่จัดไปให้อยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงลักษณะสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมนั้นยังไม่เหมาะสม อาทิ เช่น ห้องน้ำห้องส้วม สนามเด็กเล่น ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และโรงอาหาร ทางสาขาอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงเห็นสมควรที่จัดโครงการบริการวิชาการ “โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับชุมชน” ขึ้นในระหว่างวันที่ 2-3 สิงหาคม 2561 โดยเข้าไปปรับปรุงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนตามหลักการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ รวมทั้งการให้ความรู้กับนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ให้เห็นความสำคัญของงานทางด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นการปลูกฝังความรู้ ความตระหนักให้กับเด็กผู้ที่จะเป็นเยาวชนของชาติในอนาคต อีกทั้งโครงการนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้กับนิสิตในสาขาให้เห็นความสำคัญของการมีจิตสาธารณะ ความอดทน ความรักและความสามัคคีของนิสิตระหว่างชั้นปีเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับศิษย์เก่าอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และมีโอกาสได้ร่วมทำงานกับชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกหญ้าแฝก การปลูกป่าในพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อสืบสานปรัญชาของพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รวมทั้งนิสิตได้ฝึกทักษะในด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมฝึกการใช้ทักษะชีวิตตามอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยได้

         

เอกสารอ้างอิง

1. สุรชยั สัมโย.คณะ. (2557). การศึกษาการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของโรงเรียน, http://www.ptu.ac.th/StudentServe (สืบค้น พฤษภาคม 2560)

2. กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552 – 2561). กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวาน กราฟฟิค จำกัด.

3. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). คำชี้แจงประกอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กรมศาสนา.

 

 

เมื่อวันที่ : 4 ตุลาคม 2561
    

ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ : * เฉพาะ a-z , 0-9
รหัสผ่าน : *
ยืนยันรหัสผ่าน : *


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน : * เฉพาะตัวเลขเท่านั้น
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด : * เลือกวันเดือนปีเกิด
ที่อยู่ :
E-mail : *
รูปภาพประจำตัว :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่านเก่า :
รหัสผ่านใหม่ :
ยืนยันรหัสผ่าน :


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน :
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด :
ที่อยู่ :
E-mail :
รูปภาพประจำตัว :