เปลี่ยนภาษา :
   หน้าหลัก ผลงานวิชาการ

การดูแลสุขภาพแบบวิถีไทยสำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง

โดยอาจารย์วัชรี  ศรีทอง

โรคอ้วนลงพุง หรือ Metabolic syndrome หมายถึง กลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติทำให้คนอ้วนลงพุงจะมีการสะสมของไขมันบริเวณช่องเอว หรือช่องท้องปริมาณมากเกินไป ซึ่งไขมันเหล่านี้จะแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับ มีผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ ได้ไม่ดีเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้เกิดโรคไขมันในเลือดผิดปกติความดันโลหิตสูง ในที่สุดจะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายหลายระบบ

รู้ได้อย่างไรว่า น้ำหนักเกินหรืออ้วน/อ้วนลงพุง

สิ่งที่จะบอกว่าคนใดมีน้ำหนักเกินหรืออ้วนนั้น มีวิธีการคัดกรองภาวะหนักเกินและโรคอ้วน ดังนี้

ดัชนีมวลกาย (Body mass index = BMI) เป็นค่าดัชนี ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนสูงและน้ำหนักตัวโดยคำนวณจากน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยความสูง (เมตรยกกำลังสอง)

สำหรับประชากรคนไทย ถ้าค่าดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 23 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แสดงว่า เริ่มมีภาวะน้ำหนักเกินและค่าดัชนีมวลกายที่ 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หมายถึง อ้วน

การแพทย์แผนไทย กล่าวไว้ว่า คนที่ปฏิสนธิเป็นธาตุน้ำจะมีรูปร่างอวบอ้วน เจ้าเนื้อมาตั้งแต่แรกเกิด เมื่อเจริญเติบโตขึ้นมักจะอ้วน ซึ่งเป็นไปตามปกติธาตุของบุคคล ถ้าผอมจะผิดปกติจากธาตุก็จะเจ็บป่วยง่าย ส่วนคนปฏิสนธิธาตุไฟ จะมีรูปร่างผอมไม่ค่อยอ้วน แต่ถ้าอ้วนจะทำให้เจ็บป่วยง่าย ดังนั้นการลดน้ำหนักของคนอ้วน             จึงต้องดูธาตุปฏิสนธิที่เป็นธาตุเดิมของบุคคลประกอบด้วย อย่าผิดไปจากกายลักษณะปกติ สาเหตุของความอ้วน อาจมีปัจจัยทั้งภายใน ภายนอกร่างกาย การกินอาหารไม่เหมาะสม อาจกล่าวได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของความอ้วน ประกอบกับอายุที่เปลี่ยนไป ทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายลดลง ทางการแพทย์แผนไทย ระบุไว้ว่า ตอนวัยรุ่น ร่างกายมีความร้อนมาก เรียกว่า ปิตตะกำเริบ (น้ำย่อยหลั่งดี) มีการเผาผลาญดี แต่เมื่ออายุสูงขึ้น การเผาผลาญลดลง เกิดเป็นมันเหลวพอกพูน เพราะปิตตะหย่อน (การหลั่งน้ำย่อยลดลง)

สาเหตุของโรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome)

  1. สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ แต่น่าจะเกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  2. พันธุกรรม
  3. อาหารที่รับประทานมากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอาหารที่ให้พลังงานสูง อาหารหวาน มัน เค็ม
  4. พฤติกรรมการดำรงชีวิต เช่น ไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ

จะป้องกันโรคอ้วนลงพุงได้อย่างไร

โรคอ้วนสามารถป้องกันได้โดยการสร้างเสริมนิสัยการรับประทานอาหารที่ดี ไม่ควรรับประทานอาหารรสหวานจัด ขนมจุบจิบไม่มีประโยชน์ หรือที่มีไขมันมากเกินไป ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ครบ 3 มื้อ ในสัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสมตามช่วงอายุ กินผักพื้นบ้าน อาหารพื้นบ้าน หากต้องการลดน้ำหนักในผู้หญิง ควรได้พลังงาน วันละ1,000–1,200 กิโลแคลอรีสำหรับผู้ชายควรได้ 1,200–1,600 กิโลแคลอรี ซึ่งจะทำให้น้ำหนักลดลงครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์ และการออกกำลังกายให้เหมาะสมตามวัยเป็นประจำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์และครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที รวมถึง การลดละเลิกบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช้สารเสพติด การนอนหลับพักผ่อนและหลักในการควบคุมอารมณ์และความรู้สึกขณะลดน้ำหนัก คือ การตระหนักรู้ร่วมกับ 3 ส ดังนี้

  1.  สะกิด อธิบายให้ครอบครัวเข้าใจ และขอให้บุคคลต่างๆ ช่วยเหลือ ในการลดน้ำหนักให้ประสบผลสำเร็จ
  2. สะกดใจ เพื่อไม่ให้บริโภคเกิน พยายามสะกดอารมณ์ของตัวเอง ไม่ให้อยากลองหรือบริโภคมากเกิน ต้องระลึกไว้เสมอว่า หากบริโภคอาหาร จะทำให้เราอ้วนขึ้น จึงควรกินอย่างเหมาะสมทุกมื้อ
  3. สกัดสิ่งกระตุ้น ต้องทำความเข้าใจกับครอบครัวและคนรอบข้าง ไม่ยั่วให้เราบริโภคอาหารเกิน และหากรู้สึกหิว ให้เปลี่ยนอิริยาบถ หรือ หากิจกรรมอื่นทำ หากไม่ดีขึ้น ให้ดื่มน้ำหรือน้ำซุปเพื่อบรรเทาอาการหิว

การดำเนินชีวิตตามวิถีธรรมชาติอย่างพอใจและพอเพียง เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันโรคอ้วนลงพุงได้และมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างมีความสุข

 

ที่มาของข้อมูล : กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข  

                   รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

 

 

เมื่อวันที่ : 22 สิงหาคม 2560
    

ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ : * เฉพาะ a-z , 0-9
รหัสผ่าน : *
ยืนยันรหัสผ่าน : *


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน : * เฉพาะตัวเลขเท่านั้น
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด : * เลือกวันเดือนปีเกิด
ที่อยู่ :
E-mail : *
รูปภาพประจำตัว :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่านเก่า :
รหัสผ่านใหม่ :
ยืนยันรหัสผ่าน :


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน :
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด :
ที่อยู่ :
E-mail :
รูปภาพประจำตัว :