เปลี่ยนภาษา :
   หน้าหลัก ผลงานวิชาการ

โรคมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) เป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดของมะเร็งในผู้หญิงไทย มักพบในช่วงอายุ 30-70 ปี พบได้สูงในช่วงอายุ 45-55 ปี แต่อาจพบได้ในคนที่มีอายุน้อย ๆ เช่นอายุ 20 ปี และในผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปก็ได้ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีประวัติการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย มีคู่นอนหรือมีสามีหลายคน หรือมีสามีที่มีความสำส่อนทางเพศ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่พบว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก หรือประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคนี้ มีสาเหตุมาจากการอักเสบเรื้อรังของปากมดลูกจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (เชื้อฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส) ชนิด 16 และ 18 โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้จะติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำให้มีรอยถลอกของผิวหรือเยื่อบุในอวัยวะสืบพันธุ์ จึงทำให้เชื้อไวรัสสามารถเข้าไปอยู่ที่ปากมดลูก ทำให้ปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของปากมดลูก จนกลายเป็นเซลล์หรือเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง (ระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก) และเป็นมะเร็งในที่สุด เชื้อชนิดนี้ยังเป็นปัจจัยของการเกิดมะเร็งช่องปากและองคชาตได้ด้วย โดยระยะเวลาตั้งแต่เริ่มมีการติดเชื้อไวรัสจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งนั้นจะใช้เวลาประมาณ 10-15 ปี อาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยเสริมทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วย โดยแบ่งเป็น

ปัจจัยเสี่ยงของฝ่ายหญิง ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (ต่ำกว่า 17-18 ปี) คลอดบุตรจำนวนหลายคนหรือมากกว่า 3 คนขึ้นไป น้ำหนักตัวเกิน การสูบบุหรี่ มีคู่นอนหรือมีสามีหลายคน เป็นโรคเรื้อรังหรือโรคที่ทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะจากการติดเชื้อเอชไอวี มีประวัติเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน หรือเกิดการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อคลามีเดีย (ทำให้เป็นหนองในเทียม), หนองใน, ซิฟิลิส, เริม, เอชไอวี เคยมีความผิดปกติหรือเกิดการอักเสบเรื้อรังของปากมดลูก โดยตรวจพบจากการตรวจภายใน และจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (ตรวจแปปสเมียร์) การกินยาเม็ดคุมกำเนิดนานกว่า 5 ปีขึ้นไป มีประวัติการใช้ยาฮอร์โมนเพศเพื่อป้องกันการแท้งบุตร ไม่เคยได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมาก่อน หรืออาจเกิดจากพันธุกรรม

ปัจจัยเสี่ยงจากฝ่ายชาย โดยปัจจัยเสี่ยงจากฝ่ายชายซึ่งเป็นคู่นอนนั้น ได้แก่ ฝ่ายหญิงที่มีสามีเป็นมะเร็งองคชาต ฝ่ายหญิงที่แต่งงานกับฝ่ายชายที่เคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก ฝ่ายชายมีคู่นอนหลายคน ฝ่ายชายมีประสบการณ์ทางเพศตั้งแต่อายุยังน้อย ฝ่ายชายเคยมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เริม หนองใน มีประวัติเป็นมะเร็งสืบพันธุ์อวัยวะเพศชาย ฝ่ายชายมีคู่นอนที่มีประวัติเป็นมะเร็งปากมดลูก

อาการของมะเร็งปากมดลูก

ในระยะเริ่มแรกหรือในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดง แต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เมื่อเริ่มเป็นมากขึ้นหรือมะเร็งลุกลามมากขึ้นจะพบว่ามีอาการเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด ซึ่งเป็นอาการที่พบได้มากที่สุดประมาณร้อยละ 80-90 โดยลักษณะของเลือดที่ออกมาอาจจะเป็นเลือดออกแบบกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน เลือดออกในขณะหรือหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน  ประจำเดือนมานานผิดปกติ อาจมีอาการเจ็บในขณะมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ในบางรายอาจมีตกขาวมากผิดปกติ อาการตกขาวมีกลิ่นเหม็น และหรือมีเลือดปนออกมาด้วย ในระยะหลัง เมื่อมะเร็งลุกลามไปมากแล้วหรือลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องน้อย อาจปวดหลัง ปวดก้นกบ หรือปวดหลังร้าวลงขา หากโรคไปกดทับเส้นประสาท อาจขาบวม หากโรคลุกลามไปกดทับท่อน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกรานหรือทำให้ท่อน้ำเหลืองเหล่านั้นอุดตัน อาจมีปัสสาวะเป็นเลือด หรืออุจจาระเป็นเลือด หากโรคลุกลามเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ใหญ่ อาจมีปัสสาวะผิดปกติ หรือเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน หากโรคลุกลามไปกดทับท่อไต ทางเดินปัสสาวะถูกอุดกั้นจากก้อนมะเร็ง

การป้องกันมะเร็งปากมดลูก

หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์ให้สะอาดอยู่เสมอ ฝ่ายชายควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ (การใส่ถุงยางอนามัยอาจป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ ถ้ามีรอยของโรคอยู่นอกบริเวณที่ถุงยางครอบคลุมไปไม่ถึง) ไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใส พยายามรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ฉีดวัคซีนป้องกัน ที่สำคัญที่สุดก็คือหมั่นตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี

เอกสารอ้างอิง

1. หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2.  “มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 1159-1160.

2. ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย.  “ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก”.  (รศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.rtcog.or.th.  [08 มี.ค. 2016].

3. U.S. Cancer Statistics Working Group. United States Cancer Statistics: 1999–2010 Incidence and Mortality Web-based Report. Atlanta (GA): Department of Health and Human Services, Centers for Disease Control and Prevention, and National Cancer Institute; 2013. Available at: http://www.cdc.gov/uscs.

เมื่อวันที่ : 22 สิงหาคม 2560
    

ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ : * เฉพาะ a-z , 0-9
รหัสผ่าน : *
ยืนยันรหัสผ่าน : *


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน : * เฉพาะตัวเลขเท่านั้น
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด : * เลือกวันเดือนปีเกิด
ที่อยู่ :
E-mail : *
รูปภาพประจำตัว :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่านเก่า :
รหัสผ่านใหม่ :
ยืนยันรหัสผ่าน :


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน :
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด :
ที่อยู่ :
E-mail :
รูปภาพประจำตัว :