เปลี่ยนภาษา :
   หน้าหลัก บทความวิชาการ

ความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ใช้แก๊ส

ปัจจุบันสามารถพบเห็นรถยนต์ติดแก๊สได้บนท้องถนนทั่วไป เนื่องจากปัจจุบันมีรถยนต์ติดแก๊สเป็นจำนวนมาก อุบัติเหตุที่อาจเกิดจากรถยนต์ติดแก๊สนั้นจึงสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม บนท้องถนน และในบ้านพักอาศัย รถยนต์ติดแก๊สส่วนหนึ่งได้ติดสติ๊กเกอร์บ่งบอกประเภทแก๊สที่ใช้ ได้แก่ NGV หรือLPG แต่ก็มีรถบางส่วนที่ไม่ได้ติดสติ๊กเกอร์แต่หากท่านอยากทราบว่าคันไหนติดแก๊สบ้างนั้นคงต้องไปนั่งสังเกตเอาเองว่ารถเหล่านั้นวิ่งเข้าไปเติมปั๊มแก๊สประเภทใด ทั้งนี้ ในช่วงแรกที่มีการนำแก๊สมาติดเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในรถยนต์ ผู้คนในสังคมต่างกลัวอันตรายจากการระเบิดของถังแก๊สที่ติดตั้งไว้ท้ายรถโดยเฉพาะรถท้ายสั้นที่มีระยะจากถังแก๊สถึงกันชนน้อยกว่า 30 เซนติเมตร ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งได้แยกชั้นรถยนต์เติมน้ำมันออกจากรถยนต์ใช้แก๊ส และเจ้าของรถหลายท่านก็ไม่ต้องการติดแก๊สเนื่องจากเชื่อว่าการติดแก๊สก็

เท่ากับมีระเบิดอยู่ภายในรถ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแก๊สรถยนต์มีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงโดยมีราคาเพียง 1 ใน3 ของน้ำมัน ดังนั้น จากภาวะความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจที่ปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย จึงทำให้เจ้าของรถบางส่วนหันมาใช้พลังงานทางเลือกนี้แทนถึงแม้ว่าจะยังมีความกลัวอันตรายจากการระเบิดอยู่ก็ตาม (Risk Perception) ดังนั้น หากพิจารณาจากองค์ประกอบของเพลิงไหม้ 3 ประการ ได้แก่ ประกายไฟ เชื้อเพลิง และออกซิเจนแล้ว สิ่งที่รถติดตั้งแก๊สต้องระวังให้มากที่สุด คือการรั่วไหลของแก๊สออกมาภายนอกเนื่องจากการรั่วซึมของท่อหรือข้อต่อที่ส่งแก๊สจากถังมายังหัวฉีดของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะในขณะขับขี่ที่มีความร้อนจากเครื่องยนต์พร้อมสำหรับการเผาไหม้และระเบิด ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักแก๊สรถยนต์ทั้ง 2 ประเภท ดังนี้

1. แก๊ส LPG (Liquid Petroleum Gas) หรือ แก๊สหุงต้มเป็นสารองค์ประกอบจำพวกไฮโดรคาร์บอนชนิดหนึ่งที่เกิดจากการผสมกันของแก๊สหลักอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ โพรเพน (Propane: C3H8) และบิวเทน (Butane: C4H10) มีสถานะเป็นของเหลวเมื่อถูกเก็บไว้ในถังที่มีแรงดันคงที่ การนำมาใช้ในรถยนต์ถังแก๊ส LPG จะมีแรงดัน 100-130 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (Psi)

2. แก๊ส NGV (Natural Gas Vehicle) หรือ CNG (Compressed Natural Gas) เป็นแก๊สที่เกิดจาก

การย่อยสลายตัวของซากพืชซากสัตว์มีองค์ประกอบหลักคือแก๊สมีเทน (Methane: CH4) โดยทั่วไปจะมีมีเทนผสมอยู่ตามธรรมชาติประมาณ 70% และ ส่วนที่เหลือคือไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่นๆ การนำมาใช้ในรถยนต์ต้องถูกอัดให้อยู่ในสถานะของเหลวและเก็บอยู่ในถังด้วยแรงดันประมาณ 2,200-2,800 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (Psi)

คุณสมบัติของแก๊สธรรมชาติเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น

ข้อเปรียบเทียบ

NGV

LPG

Benzene

Diesel

สถานะ

แก็ส

แก๊ส

ของเหลว

ของเหลว

น้ำหนัก

เบากว่าอากาศ

หนักกว่าอากาศ จึงเกิดการสะสม

หนักกว่าอากาศ

หนักกว่าอากาศ

ขีดจำกัดการติดไฟ*

5-15%

2 -9.5%

1.4-7.6%

0.6- 7.5%

อุณหภูมิติดไฟ**

650 C

481 C

275 C

250 C

* ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammability Limit) คือ ร้อยละของเชื้อเพลิงในอากาศที่สามารถทำให้เกิดการลุกไหม้ได้เมื่อมีประกายไฟหรือมีความร้อนสูงถึงอุณหภูมิติดไฟ

** อุณหภูมิติดไฟ (Auto Ignition Temperature) คือ อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง

 จากตารางด้านบน มีเพียงแก๊ส NGV เท่านั้นที่เบากว่าอากาศ ส่วนแก๊ส LPG และน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 2

ประเภทหนักกว่าอากาศ ดังนั้น เมื่อรั่วไหลจะสะสมอยู่ที่พื้น หากมีประกายไฟจึงทำให้เกิดการระเบิดได้ง่ายกว่าแก๊ส NGV แต่ถึงแม้ว่าถังแก๊สทั้ง 2 ประเภทมีวาล์วควบคุมความดันซึ่งจะตัดทันทีที่เกิดการรั่วไหลทำให้โอกาสที่ถังระเบิดจะมีน้อยก็ตาม แต่หากเกิดเพลิงไหม้เป็นระยะเวลานานและตัวถังได้รับความร้อนต่อเนื่องจะทำให้แก๊สภายในขยายตัวจนถึงขีดจำกัดที่ถังจะทนแรงดันได้ก็จะสามารถทำให้ถังระเบิดออกได้เช่นกัน อีกทั้งอุบัติเหตุที่เกิดกับตัวรถไม่ใช่แค่เพียงเพลิงไหม้เท่านั้น ยังมีอุบัติเหตุรถชนซึ่งอาจชนรุนแรงจนถึงตัวถังแก๊สได้ดังนั้น ความแข็งแรงของถังแก๊สก็เป็นประเด็นด้านความปลอดภัยที่ผู้ใช้ควรคำนึงถึงเช่นกัน

ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถใช้แก๊ส

1. อุบัติเหตุจากการชน

 • จอดรถดึงเบรคมือ ดับเครื่องยนต์ เปิดกระจกรถ แล้วดึงกุญแจออก

 • ลงจากรถนำของมีค่าและถังดับเพลิง (ถ้ามี) ออกมาด้วย

 • เปิดฝากระโปรงหน้าและหลังเพื่อสังเกตดูอาการผิดปกติ

 • ให้ปิดวาล์วที่ถัง (กรณีใช้ถังวาล์วมือหมุนแบบธรรมดา) แต่ถังแก๊สบางรุ่นก็มีมัลติวาล์วที่จะปิดวาล์ว

 โดยอัตโนมัติเมื่อปิดสวิตซ์กุญแจเครื่องยนต์

 • ให้รีบออกห่างจากตัวรถหากมีกลิ่นแก๊สหรือน้ำมันเชื้อเพลิง

 • หากมีเพลิงไหม้ให้รีบดับเพลิงที่ต้นเพลิงทันที หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน

2. อุบัติเหตุจากการกระแทกช่วงล่างหรือใต้ท้องรถยนต์

 • จอดรถ ดึงเบรคมือ ดับเครื่องยนต์ แล้วดึงกุญแจออก

 • ลงจากรถพร้อมสังเกตกลิ่นรั่วของเชื้อเพลิงทั้งสองชนิด (ทั้งแก๊สและน้ำมัน) แล้วรีบปิดวาล์วถังแก๊ส

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ทุกครั้ง ควรนำรถของท่านเข้ารับการตรวจเช็ค โดยช่างผู้มีความ ชำนาญในระบบแก๊สก่อนจะใช้รถยนต์ด้วยระบบแก๊สอีก

 

 

 

บรรณานุกรม

1. สำนักความปลอดภัยแรงงาน กระทรวงแรงงาน

2. ส านักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม

3. www.gasthai.com ข้อมูลวันที่ 2 มิถุนายน 2560

เมื่อวันที่ : 26 มีถุนาคม 2560
    

ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ : * เฉพาะ a-z , 0-9
รหัสผ่าน : *
ยืนยันรหัสผ่าน : *


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน : * เฉพาะตัวเลขเท่านั้น
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด : * เลือกวันเดือนปีเกิด
ที่อยู่ :
E-mail : *
รูปภาพประจำตัว :


ข้อมูลสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่านเก่า :
รหัสผ่านใหม่ :
ยืนยันรหัสผ่าน :


ข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน :
สถานะ :
คำนำหน้าชื่อ :
ชื่อ :
นามสกุล :
วันเดือนปีเกิด :
ที่อยู่ :
E-mail :
รูปภาพประจำตัว :